เปิด 10 ไอเดียทำธุรกิจ ลงทุนอสังหา เปิดหน้าร้านอย่างไรให้รุ่งสุดๆ

Written by | การลงทุน, คอนโด

ลงทุนอสังหา

แม้ธุรกิจร้านค้าออนไลน์จะมาแรง ผู้ประกอบการหลายรายอาจลงทุนเฉพาะช่องทางนี้เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีช่องทางหน้าร้าน (Physical Store) ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้ แต่แท้จริงแล้วยังมีธุรกิจอีกมากที่ต้องมีหน้าร้านจริงๆ ซึ่งนี่แหละที่ทำให้คำว่า ‘ทำเล’ (Location) เป็นสิ่งสำคัญในการลงทุนอสังหา มาดูกันว่ามีธุรกิจอะไรบ้างที่อยู่ในขาขึ้น และควรค่าแก่การจับจองทำเลเด่นๆ เพื่อเปิดหน้าร้านให้โดนใจ

ลงทุนอสังหา


1. ความงามและสุขภาพ

 ลงทุนอสังหา

ไม่ว่าจะเป็นร้านนวด สปา หรือคลินิกเสริมความงาม ต่างก็เป็นงานบริการที่ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญในการปรนนิบัติ จำเป็นจะต้องให้บริการผ่านช่องทางหน้าร้าน แม้จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง แต่เนื่องจากมีคู่แข่งมาก การสร้างจุดต่างจากคู่แข่งด้วยรูปแบบการบริการใหม่ๆ เช่น Quick Spa, Quick Massage ให้บริการในเวลา 15 นาที ด้วยราคาที่ถูกลง เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายและบ่อยครั้งขึ้น จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับธุรกิจมากขึ้น หรือหากอยู่ในทำเลทองที่มีผู้คนพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืนก็อาจจะเปิดให้บริการนานกว่าปกติ เป็น Late Night Spa & Massage หรือเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง และจะเหมาะมากขึ้นถ้าตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพอย่างเช่น สิริ อะเวนิว เพชรเกษม 81 ที่รองรับลูกค้าได้จำนวนมากด้วยที่จอดรถส่วนกลางจำนวน กว่า 100 คัน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสวนส่วนกลางร่มรื่นสำหรับการพักผ่อนของผู้อยู่อาศัย จ่ายทีเดียวคุ้มได้ทั้งทำเลทำธุรกิจและที่พัก แถมยังสะดวกสบาย เพราะไม่ต้องเดินทาง และสามารถดูแลธุรกิจได้อย่างใกล้ชิด

2.ทัวร์ท้องถิ่น

มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่มักจะเลือกช้อปปิ้งทัวร์ตามร้านท้องถิ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีเวลาท่องเที่ยวยาวนาน จะไม่นิยมซื้อทัวร์ประเภทเดย์ทริปล่วงหน้า การเปิดให้บริการทัวร์ท้องถิ่นจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในย่านแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แต่ต้องสร้างสรรค์ทัวร์ให้โดดเด่นและรู้จักสานสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ให้แน่นแฟ้น เพื่อนำเสนอทัวร์ที่แปลกใหม่และยากจะเลียนแบบ เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาชุมชน หรือเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในย่านนั้นๆ

3.โฮสเทล

เกาะเกี่ยวไปกับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยว ปัจจุบันทั่วประเทศไทยมีโฮสเทลมากกว่า 2,000 แห่ง นักท่องเที่ยวยุคใหม่นิยมเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้น โฮสเทลจึงตอบสนองความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะราคาไม่แพง จ่ายคนเดียวไม่เจ็บตัว ทำเลทองสำหรับโฮสเทลก็ยังคงเป็นทำเลที่เกาะติดกับสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ ทั้งบีทีเอสและเอ็มอาร์ที ส่วนใหญ่เป็นตึกแถว แต่ต้องมีธีมหรือมีเอกลักษณ์เด่นชัด เช่น หยิบยกวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ในงานออกแบบและตกแต่งภายใน หรือเพ่ิมแฟซิลิซิตี้ใหม่ๆ ที่ปกติโฮสเทลส่วนใหญ่จะไม่มี เช่น ยิมหรือสระว่ายน้ำขนาดเล็กบนชั้นดาดฟ้า เป็นต้น เพื่อง่ายต่อการจดจำและสร้างกระแสปากต่อปากได้ ด้านล่างยังสามารถเปิดเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ให้บริการคนทั่วไปที่ไม่ใช่แขกที่พักกับโฮสเทลได้ด้วย

4. ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

การเจริญเติบโตของเมือง ทำให้เกิดชุมชนใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นก็คือ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้นร้านอาหารจึงเป็นธุรกิจที่ไม่เคยอยู่ในขาลง สามารถคืนกำไรได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี เพียงแต่ต้องพิจารณาให้ดีว่าจะเปิดร้านอาหารประเภทไหน และต้องเชื่อมั่นว่าอาหารที่จะขายนั้นอร่อยจริง สะอาด และราคาสมเหตุสมผล หากอยู่ในทำเลที่เป็นย่านออฟฟิศ โรงเรียน อาหารตามสั่งหรืออาหารจานเดียวดูจะตอบโจทย์ดีที่สุดในแง่ของความรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาในเรื่องของเงินลงทุนประกอบด้วย ที่สำคัญต้องมีบริการเดลิเวอร์รี่เสริมด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและเพิ่มยอดขาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องแบกรับต้นทุนส่วนนี้เพิ่ม เนื่องจากลูกค้าเป็นผู้จ่ายค่าเดลิเวอร์รี่เอง ผ่านผู้ให้บริการด้านนี้ที่มีอยู่จำนวนมาก

5. ขนส่ง-เดลิเวอร์รี่-โลจิสติกส์

ในยุคที่พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์เป็นอย่างมากก็คือธุรกิจขนส่งสินค้า โดยสามารถเลือกดำเนินธุรกิจในลักษณะของคู่ค้า แฟรนไชส์กับผู้ให้บริการด้านนี้ที่เป็นรายใหญ่ๆ และมีชื่อเสียง ถ้าได้ทำเลทองในคอนโดติดรถไฟฟ้าหรือคอนโดใกล้รถไฟฟ้าก็ยิ่งดี เพราะลูกบ้านหรือผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะมาใช้บริการ

6. บริการซักอบรีด

ในสังคมเมืองที่ชีวิตล้วนเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ไม่ใช่ทุกคนจะถนัดหรือมีเวลาในการจัดการกับเสื้อผ้าให้สะอาดเรียบร้อย การซื้อความสะดวกด้วยการใช้บริการซักอบรีดจึงยังได้รับความนิยมอยู่ เหมาะกับการเปิดหน้าร้านในย่านออฟฟิศ และสถานศึกษา รวมถึงในคอนโด

7. สถาบันเสริมทักษะวิชาชีพ

คนยุคใหม่มักสร้างรายได้มากกว่าสองทาง นอกเหนือจากงานประจำแล้ว ยังต้องการเพิ่มทักษะประกอบวิชาชีพมากขึ้น เพื่อสร้างอาชีพสำรอง ทำให้บรรดาเวิร์คช็อปต่างๆ เช่น ทำเซรามิก เครื่องหนัง จัดดอกไม้ ทำอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอร์รี่ ฯลฯ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าต้องอยู่ในที่ๆเดินทางสะดวก เข้าถึงง่าย

8. ตู้ล็อกเกอร์-ตู้รับฝากของอัตโนมัติ

เป็นเทรนด์ที่เริ่มพบเห็นมากขึ้นโดยเฉพาะในทำเลตามสถานีรถไฟฟ้าหรือใกล้เคียง เติบโตไปพร้อมๆกับจำนวนนักเดินทางที่มากขึ้น เพื่อเก็บกระเป๋าเดินทาง ข้อดีของธุรกิจนี้คือไม่จำเป็นต้องมีพนักงานประจำคอยเฝ้า แต่ต้องมีระบบมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดี เพื่อความน่าเชื่อถือและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า อาจเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชั่นในการเปิด-ปิดตู้ล็อกเกอร์ดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้า

9. ตลาดนัด หากมีที่ทางเพียงพอ

ไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก แต่อยู่ในย่านชุมชน แต่ยังไม่มีโปรเจคท์ใหญ่ ก็อาจเปิดเป็นตลาดนัดเล็กๆ หมุนเวียน เปลี่ยนธีมไปตามแต่ละสัปดาห์ อาจจะเป็นซันเดย์ มาร์เก็ต หรือตลาดนัดรายเดือนก็ตามสะดวก ส่วนในช่วงที่ไม่ได้มีงานออกร้าน ก็อย่าปล่อยพื้นที่ให้เปล่าประโยชน์ ควรเปิดเป็นบริการที่เช่าจดรถรายวัน โดยหากจะทำจริงจังต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Car Park Management ก่อนลงทุน ได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการด้านนี้ เช่น Just Park PARX และ PARKRITE เป็นต้น

10. Co-Working Space

 ลงทุนอสังหา

ในยุคที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเพิ่มมากขึ้น สำนักงานยุคใหม่แบบนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ทำเลเด่นๆ ก็ยังคงเป็นใจกลางเมือง ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า และย่านธุรกิจ แต่ต้องมีแฟซิลิตี้ต่างๆ ในการทำงานที่ครบครัน นอกจากผู้เช่ารายบุคคลแล้ว ยังมีเอสเอ็มอีที่ไม่ต้องการแบกรับภาระต้นทุนด้านนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย Co-Working Space ยังสามารถสร้างรายได้จากการให้เช่าพื้นที่จัดสัมมนาและเวิร์คช็อปต่างๆ

ที่มา เรียบเรียงบางส่วนจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ SCB SME


ธุรกิจเหล่านี้คือโอกาสของผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นจะต้องจำกัดตัวเองอยู่แต่ในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่เรื่องของทำเลก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่น จะต้องมีที่จอดรถสำหรับลูกค้าและผู้มาติดต่อจำนวนเพียงพอกับธุรกิจของเรา ใกล้กับชุมชนหรือสถาบันศึกษา เดินทางได้สะดวก ไม่ลำบาก และอีกหลากหลายปัจจัยมากมาย แต่จะต้องมีปัจจัยอะไรบ้างเรามาดูกัน

 

ลงทุนอสังหา ต้องเลือกทำเลหน้าร้านแบบไหนรุ่ง พุ่งแรงสุดๆ

– อยู่บนถนนสายหลัก หรือสายรอง มีการจราจรที่คับคั่ง
– ค่าเช่าไม่แพงจนเกินไป สอดรับกับต้นทุนที่วางไว้
– มีที่จอดรถเพียงพอ และไม่ไกลจากร้าน
– อยู่ในแหล่งชุมชน หรือรายล้อมด้วยชุมชน มีทราฟิกดีทุกวัน ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์
– เชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง เช่น ทำเลย่านเพชรเกษม 81 ที่เข้าออกถนนสายหลักได้มากมาย อาทิ ถ.เพชรเกษม, ถ.บางบอน, ถ.พระราม 2, ถ.วงแหวนกาญจนาภิเษก รวมถึงใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
– ดีไซน์ต้องตอบโจทย์การทำการค้า เช่น สิริ อะเวนิว เพชรเกษม 81 อาคารพาณิชย์ 3.5 ชั้น ที่ออกแบบมาอย่างลงตัวทุกตารางนิ้ว ด้วยหน้ากว้าง 4 เมตร พื้นที่ใช้สอยประมาณ 184 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ที่เปิดโล่ง ไม่มีข้อจำกัด ทำให้ห้องดูโล่ง โปร่ง สบาย สามารถจัดฟังก์ชันการใช้งาน ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ง่ายๆ
– เดินทางสะดวกสบาย มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ใกล้ป้ายรถเมล์ ติดสถานีรถไฟฟ้า
– สภาพแวดล้อมดี มีความปลอดภัย
– ไม่มีคู่แข่งทางตรงและทางอ้อมมากเกินไป
– หากต้องเช่า ค่าเช่าต้องสมเหตุสมผล เจ้าของต้องใส่ใจในการดูแลและพร้อมอำนวยความสะดวกเมื่อเกิดปัญหาติดขัดใดๆ
– หากจะซื้อมาครอบครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของดีเวลลอปเปอร์ด้วย
– หากทำเลเด่นจริง แต่ก็ยังต้องพิจารณาด้วยว่าดีมานด์ของผู้ที่อยู่อาศัยหรือใช้ชีวิตในย่านนั้น สอดรับกับสินค้าหรือบริการของธุรกิจที่จะเปิดหน้าร้านหรือเปล่า ถ้าไม่ก็ต้องพิจารณาทำเลอื่นๆ ที่อาจจะเป็นทำเลรองลงมา แต่กลุ่มเป้าหมายใช่

ขอรายละเอียดโครงการสิริ อเวนิว เพชรเกษม 81

Last modified: 14 December 2017

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *