เกษียณอายุ ราชการ 63 ปี ส่งผลต่อการออมเงินของข้าราชการอย่างไร?

เกษียณอายุ ราชการ 63 ปี ออมเงิน

คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าหนึ่งในช่วงชีวิตที่ยาวนานสำหรับมนุษย์เราช่วงหนึ่ง นอกจากการเล่าเรียนหนังสือแล้ว ก็คือช่วงของการทำงาน หาเงินทอง เพื่อที่จะนำมาดำรงชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง แต่การทำงานก็เปรียบเสมือนชีวิตของมนุษย์เรา มีจุดเริ่มต้นจากการฝึกงาน ทำงานที่แรก ได้เงินเดือนครั้งแรก ก็ต้องมาถึงจุดจบของชีวิตการทำงานเพื่อจะเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงการพักผ่อน เกษียณอายุ ราชการ 63 ปี กันไปในที่สุด


เกษียณอายุ ราชการ 63 ปี ส่งผลอย่างไร ?

โดยปกติแล้วสำหรับทำงานราชการ การเกษียณอายุราชการ จะเกิดขึ้นเมื่ออายุครบ 60 ปี และก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ใข้การมาหลายรุ่น หลายช่วงอายุคน ทว่าล่าสุดสำนักนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่มีการปฏิรูปก็คือเรื่องของการขยายฐานเกษียณอายุราชการ จากเดิม 60 ปี เป็น 63 ปี โดยการปฏิรูปดังกล่าวทำเพื่อปรับสภาพและโครงสร้างให้เข้ากับสังคมไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นในปัจจุบัน

หากเรามองเพียงแค่ผิวเผินแล้ว ฐานเกษียณอายุราชการที่เพิ่มมา ก็ดูจะไม่น่าจะส่งผลอะไรมาก แต่ทว่าในความจริงแล้ว ระยะเวลา 3 ปีที่เพิ่มขึ้นมา อาจส่งผลต่อเส้นทางชีวิตการทำงาน ชีวิตภายหลังการทำงาน หรือกระทั่งชีวิตการทำงานของคนทำงานรุ่นใหม่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในด้านการออมเงินของคนทำงานอย่างเรา ๆ


ต้องออมเงินเพื่อใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น

เกษียณอายุ 63 ปี ออมเงิน

ปัจจัยหลักที่การขยายฐานเกษียณอายุราชการ 63 ปี ส่งผลค่อนข้างมากในด้านของการออมเงิน ก็คือเรื่องของสุขภาพของตัวเราเอง ไม่ว่าจะทำงานราชการแบบไหนก็ต้องส่งผลต่อสุขภาพบ้างไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น คนทำงานในออฟฟิศก็จะส่งผลสุขภาพด้านความกดดัน ความเครียด และคนทำงานที่ต้องใช้แรงงาน ก็จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายที่อ่อนล้า และเหนื่อย เป็นต้น แน่นอนว่าถ้าเป็นคนสูงอายุ ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้นการออมเงิน ก็จำเป็นจะต้องเก็บเงินเพื่อใช้ในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือค่ายาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นให้มากขึ้น เพราะจะพึ่งพาเบิกจากสิทธิข้าราชการ เช่น ประกันสังคมอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอสำหรับผู้สูงอายุที่มักจะมีอาการเจ็บป่วยที่ค่อนข้างบ่อย และหลาย ๆ อาการจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว จึงอาจจำเป็นจะต้องใช้การรักษาจากโรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น


ต้องออมเงินเพื่อใช้จ่ายสำหรับประกันชีวิต และประกันสุขภาพมากขึ้น

            ในเมื่อต้องมีการออมเงินเพื่อใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากขึ้น เรื่องของประกันชีวิต และประกันสุขภาพก็มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า เพราะเป็นเหมือนเกราะป้องกันความเสี่ยที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อตัวข้าราชการ และคนใกล้ตัว ดังนั้น ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นข้าราชการ เจียดเงินออม เพื่อมาสมัครหรือซื้อประกันประเภทต่าง ๆ กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ และในอนาคตเราก็อาจจะได้เห็นบริษัทประกันออกรูปแบบประกันใหม่ ๆ ที่ขยายฐานรองรับผู้สูงอายุมากขึ้นกว่าในปัจจุบันอีกด้วย

จะเห็นได้ชัดเลยว่า การขยายฐานเกษียณอายุราชการ แม้จะเพียงแค่ 3 ปี ส่งผลต่อสภาพการเป็นอยู่ของคนทำงานรอบด้านมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอกาสในการทำงาน เรื่องของการออมเงินที่ต้องคิดให้มากขึ้น ไปจนถึงเรื่องของประกันต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่บางส่วนที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของข้าราชการรวมถึงสภาพสังคมรอบข้าง ในตอนนี้ก็คงจะต้องตั้งตารอคอยดูต่อไป ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ จะเกิดขึ้นเมื่อใด และจะส่งผลต่อสังคมมากน้อยเพียงใด แต่ระหว่างนี้ ก็ต้องติดตามบทความดี ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการเงินหรือการลงทุนที่ Myfinance กันต่อไปนะจ๊ะ

Last modified: 5 June 2018

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *