การลงทุนร่วมกันของเอดีบีและกัลฟ์ จะนะ กรีน ใน โครงการพลังงานชีวมวลในภาคใต้ของไทย

กัลฟ์ (Gulf) ร่วมทุนโครงการพลังงานชีวมวล

บริษัท กัลฟ์ จะนะ กรีนฯ จะเป็นผู้พัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินโครงการด้วยตนเอง โดยมีบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตพลังงานชั้นนำจากภาคเอกชน เป็นเจ้าของ ปัจจุบัน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด 11,125 เมกะวัตต์ ภายใต้การพัฒนาและดำเนินการในประเทศไทย

เอดีบีซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดปัญหาความยากจนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง การเติบโตแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการทางภูมิภาค เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2509 ได้เฉลิมฉลองการเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในภูมิภาคครบ 50 ปี ปัจจุบัน เอดีบีมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค

“นโยบายพลังงานแบบผสมที่หลากหลายของไทยจะช่วยให้ประเทศสามารถตอบสนองความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาได้” นายไมเคิล แบโรล ผู้อำนวยการสำนักการปฏิบัติการภาคเอกชนของเอดีบี กล่าว “โครงการเงินกู้ระยะเวลา 18 ปี ของเอดีบีแสดงให้เห็นว่าธนาคารมีความเชื่อมั่นในบริษัท กัลฟ์ จะนะ กรีนฯ ในระยะยาว และเป็นการส่งสัญญาณในทางบวกให้กับธนาคารและบริษัทอื่นๆ ให้หันมาพิจารณาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานบริเวณพื้นที่ภาคใต้ของไทยบางส่วนที่ได้รับการพัฒนาน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ”

การบริโภคพลังงานของประเทศไทยคาดว่าจะสูงขึ้นเท่าตัวระหว่างปีพ.ศ. 2558-2582 และการที่ประเทศไทยจะตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้นั้น รัฐบาลไทยได้วางแผนการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเพื่อการบริโภคพลังงานในประเทศถึงร้อยละ 30 โดยพลังงานชีวมวลจะกลายเป็นแหล่งพลังงานทดแทนใหญ่ที่สุดลำดับสองรองจากพลังงานแสงอาทิตย์ การเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานชีวมวลคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 2,943 เมกะวัตต์ ในปัจจุบัน ไปถึง 5,570 เมกะวัตต์ในปีพ.ศ. 2582

ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี และบริษัทกัลฟ์ จะนะ กรีน จำกัด (Gulf Chana Green Company Limited) ได้ทำข้อตกลงทางการเงิน วงเงินกู้มูลค่ากว่า 1,109 ล้านบาท (หรือ $35 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับโครงการพลังงานชีวมวลทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานทดแทนของประเทศไทย – กรุงเทพ ประเทศไทย (16 มีนาคม 2561)

เงินกู้ของเอดีบีจะช่วยให้บริษัท กัลฟ์ จะนะ กรีนฯ ก่อสร้างและดำเนินการโครงการพลังงานชีวมวลกำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ ได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวตั้งอยู่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยจะเป็นการผันส่วนของต้นยางพาราที่เหลือใช้มาผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทน โครงการนี้จะได้รับมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานชีวมวล 0.3 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และมาตรการส่งเสริมการลงทุนในภาคใต้ของประเทศไทยอีก 1.0 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี สำหรับการดำเนินการเชิงพาณิชย์

การสนับสนุนของเอดีบีในโครงการดังกล่าวจะเป็นทางออกแบบยั่งยืนและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในการจัดการของเหลือใช้จากการผลิตภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมไม้ โดยการเปลี่ยนพลังงานชีวมวลให้เป็นพลังงานทดแทนสำหรับการผลิตไฟฟ้า

 

Last modified: 7 August 2018

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *