กลุ่ม Gulf เดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ

โรงไฟฟ้า กัลฟ์เริ่มลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์

นายสารัชถ์ รัตราวะดีนำกลุ่มบริษัท กัลฟ์ หรือ Gulf บริษัทเอกชนผู้นำด้านการผลิตพลังงานรายใหญ่ของประเทศไทย ที่ดำเนินงานใน โรงไฟฟ้า ก๊าซ ธรรมชาติ กล่าวว่าในปี 2561 นี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นเดินหน้าลงทุนและขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

Gulf เดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้า ก๊าซ ธรรมชาติ และ โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ในต่างประเทศ

               ในปี 2561 กลุ่มบริษัท กัลฟ์ มีแผนการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

การลงทุน โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการถือหุ้นร่วมกับพันธมิตรที่ได้มีการลงทุนไปแล้ว และยังมีแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในอนาคต

โรงไฟฟ้า ก๊าซ ธรรมชาติ ในประเทศโอมาน ที่ได้เข้าประมูลแล้ว และกำลังจะรู้ผล ซึ่งโครงการนี้จะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างใหม่ และบริษัทฯ เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด

โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกาที่กำลังทำการศึกษา ซึ่งในเบื้องต้นจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ต้องลงทุนสร้างใหม่ จำนวนกำลังการผลิตประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 20,000 – 30,000 ล้านบาท

 การลงทุนในประเทศ           

               สำหรับการลงทุนในประเทศ ในไตรมาส 3 ของปี 2561 นี้ บริษัท จะเริ่มเซ็นเงินกู้สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ใน จ.ชลบุรี ขนาด 2,500 เมกะวัตต์ เป็นจำนวนเงิน 50,000 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 23 โดยเป็นการกู้จากสถาบันการเงิน ทั้งในและต่างประเทศ โดยโครงการโรงไฟฟ้านี้จะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2564 ส่วนโรงไฟฟ้า ก๊าซ ธรรมชาติ อีก 2 แห่งที่ จ.ระยอง จำนวนกำลังการผลิต 2,500 เมกะวัตต์ วงเงินกู้ 50,000 ล้านบาท จะทำสัญญาเงินกู้ในต้นปี 2562

ส่วนโครงการพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ กัลฟ์ก็สนใจการลงทุนในโครงการพลังงานชีวมวลในภาคใต้ แต่ต้องประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจนำเข้าก๊าซ LNG ซึ่งกำลังขออนุญาตนำเข้าร่วมกับพันธมิตรภายในประเทศ ที่ยังรอการอนุมัติ

ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของกัลฟ์

จากผลการดำเนินงานในปี 2560 ของกลุ่ม กัลฟ์ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินปันผลทั้งสิ้นที่บริษัทฯ จะจ่ายเป็นจำนวนเงิน 1,730 บาท โดยได้จ่ายเงินปันผลไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ส่วนการออกหุ้นกู้ปัจจุบันบริษัทฯ ยังไม่มีแผนการออก เนื่องจากปัจจุบันยังมีต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำมาก สำหรับการดำเนินงานในปี 2561 นี้ บริษัทฯ จะจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากโรงไฟฟ้าขนาดเล็กประมาณ 480 เมกะวัตต์ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปแล้วจำนวน 2 โรง เป็นจำนวนกำลังไฟฟ้า 240 เมกกะวัตต์ และในครึ่งปีหลังจะผลิตและจำหน่ายจำหน่ายเพิ่มอีก 240 เมกะวัตต์

 

 

Last modified: 13 September 2018

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *