การ สมัครบัตรเครดิต กับการยื่นขอเงินกู้ มีความแตกต่างกันอย่างไร?

การ สมัครบัตรเครดิต กับการยื่นขอเงินกู้ มีความแตกต่างกันอย่างไร

การ สมัครบัตรเครดิต กับการยื่นขอเงินกู้ มีความแตกต่างกันอย่างไร?

Credit card หรือ บัตรเครดิตนั้นคือบัตรที่สถาบันทางการเงินได้ออกให้กับลูกค้า ที่ได้ทำการสมัครขอใช้บัตรเอาไว้ โดยผู้ที่จะ สมัครบัตรเครดิต ได้นั้นจะต้องมีเป็นผู้ที่มีรายได้และคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งกำหนดไว้ โดยวงเงินที่สถาบันการเงินจะให้กับเจ้าของบัตรเครดิตนั้นก็มีประมาณ 3 – 5 เท่าของเงินเดือน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประวัติของผู้ที่ยื่นสมัครบัตรเครดิตนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้ผู้ที่มีบัตรเครดิตจะได้รับ สิทธิพิเศษบัตรเครดิต และ โปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิต ขึ้นอยู่กับการกำหนดของธนาคารที่ให้บริการ

เงินกู้ คือ เงินที่ลูกหนี้หรือลูกค้าของสถาบันการเงินมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน โดยทำ การกู้เงิน กับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ ด้วยการทำสัญญาว่าจะขอกู้เงินและจ่ายเงินคืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องจ่ายคืนให้กับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ตามสัญญาที่ได้ทำการตกลงกันไว้ เพราะถือเป็น การลงทุน ของทางธนาคารและสถาบันทางการเงิน อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ก็จะมีผลิตภัณฑ์ในด้านสินเชื่อที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อSCB เพื่อธุรกิจ เงินกู้ลูกค้าบุคคล เงินกู้ระยะสั้น เงินกู้ระยะยาว สินเชื่อSCB เพื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น เงินกู้ในแต่ละประเภทนั้นอาจจะมีสินทรัพย์ไว้ค้ำประกันอีกทีหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เงินกู้ การลงทุน เพื่อธุรกิจ หากมี การกู้เงิน ในวงเงินที่สูงก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกันยอดเงินกู้นี้

ข้อแตกต่างระหว่างเงินกู้และ บัตรเครดิต

  • การชำระเงินคืน

บัตรเครดิต จะมีระยะเวลาในการปลอดดอกเบี้ยประมาณ 30 – 45 วัน ขึ้นอยู่กับธนาคารและสถาบันทางการเงิน ซึ่งทางผู้ใช้บัตรสามารถที่จะเลือกจ่ายแบบเต็มวงเงินที่ใช้เครดิตไปหรือผ่อนจ่ายก็ได้ มีระยะเวลาในการชำระเงินคืนแบบปลอดภาษีภายใน 30 – 45 วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับธนาคารและสถาบันการเงินของแต่ละที่ ในขณะที่เงินกู้นั้นจะเป็นการชำระเงินแบบเป็นงวด ๆ มีดอกเบี้ยที่รวมมาให้ พร้อมกับเงินต้นที่ชำระตามสัญญาแล้ว หากดูโดยรวมแล้ว อัตราดอกเบี้ยหากแบ่งเป็นการผ่อนชำระเงินคืน ดอกเบี้ย บัตรเครดิต จะสูงมากกว่าดอกเบี้ยเงินกู้

  • ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ

ทั้งเงินที่นำมาให้กู้และบัตรเครดิต ล้วนมีต้นทุนในการดำเนินการ จึงทำให้มีค่าธรรมเนียมและค่าปรับ หากผู้กู้และเจ้าของบัตรเครดิตผิดนัดชำระหรือมีการชำระที่ล่าช้า จะทำให้มีค่าปรับเกิดขึ้นได้

 

Last modified: 24 November 2019

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.